วิธีดูแล และตรวจสอบหม้อน้ำ ฉบับง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้

วิธีดูแลและตรวจสอบหม้อน้ำ

กลับมาพบกันอีกแล้ว กับสาระดี ๆ เพื่อคนมีรถ จากคราวที่แล้วที่เราเสนอเรื่องของน้ำมันเบรกไปแล้ว คราวนี้จะเป็นเรื่องของหม้อน้ำรถยนต์บ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องสนใจไม่น้อยไปกว่าระบบเบรกเลย และวันนี้เราจะแนะนำการตรวจสอบหม้อน้ำด้วยตัวเองรับรองว่าเพื่อนๆสามารถทำได้ด้วยตัวเองแน่นอน

อ่านบทความเพิ่มเติม : แต่งรถยังไงไม่ให้ผิดกฏหมาย

หม้อน้ำรถยนต์คืออะไร

เรามาทำความรู้จักคร่าวๆกันก่อนว่า หม้อน้ำรถยนต์นั้นคือตัวช่วยระบายความร้อนในการทำงานของเรื่องยนต์ โดยทั่วไปจะใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อน ดังนั้นจึงต้องหม้อน้ำเป็นอุปกรณ์หลัก และเราต้องดูแลระดับน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรตรวจสอบระดับทุกวันก่อนที่จะสตาร์ทรถ ไม่ควรละเลยหรือคิดว่าแค่สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็เพียงพอ เพราะสภาพอากาศในบ้านเรามันค่อนข้างร้อน ขับรถไปไหนก็รถติดเครื่องยนต์ก็ทำงานหนักระบบระบายอากาศก็หนักตามไปด้วยเช่นกัน

ดูแล และตรวจสอบหม้อน้ำ

ปัจจุบันรถยนต์เกือบทุกรถจะมีสัญญาณเตือนของระดับความร้อนอยู่ที่บริเวณหน้าปัดโดยทั่วไปจะใช้สัญลักษณ์ เป็น C เท่ากับ Cool คือเย็น และ H เท่ากับ Hot เราก็สามารถตรวจสอบเบื้องต้นจากตรงนี้ได้ว่ามีปัญหาในเรื่องของความร้อนหรือไม่หม้อน้ำมีปัญหาหรือไม่หากเราใช้รถยนต์ในระยะทางไกลๆ แล้วสัญญาณเตือนไม่ได้อยู่ที่ระดับ C เราก็ต้องดูว่าอยู่ในระดับไหนเช่น กึ่งกลาง C-H เราก็ควรพักรถและตรวจเช็กระดับน้ำไม่ควรปล่อยให้ถึง H เพราะเครื่องจะร้อนจัดมากและอาจเสียหายได้

การเติมน้ำในหม้อน้ำรถยนต์

สิ่งที่ต้องจำคือ ไม่เปิดหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนจัดๆ หรือ ยังร้อนอยู่เพราะน้ำจะพุ่งออกมาเราจะเป็นอันตรายได้ แต่โดยทั่วไปรถยนต์รุ่นใหม่จะมีหม้อน้ำสำรองและมีสายต่อเข้าหม้อน้ำหลักโดยไม่มีฝาเปิดที่หม้อน้ำหลักนั้น เราสามารถตรวจเช็คได้ง่ายขึ้น เราสามารถดูระดับน้ำได้ง่ายขึ้นโดยดูที่ MIN และ MAX โดยทั่วไปน้ำจะต้องอยู่ระดับ MAX ห้ามต่ำจนถึงระดับ MIN และห้ามเติมเกินระดับ MAX แต่หากเป็นรถยนต์บางรุ่นที่มีหม้อน้ำสำรองแต่มีฝาเปิดที่หม้อน้ำหลัก เราต้องเติมน้ำในหม้อน้ำหลักก่อนแล้วจึงเติมในหม้อน้ำสำรองตามระดับที่กำหนด แต่หากเป็นรุ่นเก่ามากๆ ก็ต้องเติมในหม้อน้ำโดยตรงก็ต้องเติมให้ได้ระดับเช่นเดียวกัน โดยน้ำที่เติมนั้นต้องเป็นน้ำสะอาดไม่มีตะกอนไม่ฝุ่นละออง

นอกจากนี้ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำในหม้อน้ำทุกๆ 4 เดือน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าล้างหม้อน้ำนั่นละเพราะหม้อน้ำเป็นโลหะอาจมีการเกิดสนิมและผุกร่อนได้ เราควรตรวจสอบเช็คระบบหม้อน้ำและระบบหล่อเย็นอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้งหรือหากไหวก็ทำทุกๆ 4-6 เดือนก็ได้ เผื่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์เพราะหากเกิดการรั่วตรงจุดใดจุดหนึ่งการระบายความร้อนก็จะมีปัญหาและส่งผลไปยังเครื่องยนต์หรือมีน้ำซึมเข้าเครื่องยนต์ได้ และมันอาจทำให้เครื่องพังได้ในที่สุด ดังนั้นการตรวจสอบเป็นประจำจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ เสียเวลาเสียเงินไม่มากให้ช่างดูแลตรวจสอบดีกว่ามาจ่ายเงินเยอะๆเพราะเครื่องพัง

แนะนำโดย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก

แนะนำโดย ประกันรถยนต์ไทย.com :