โดนชนแล้วหนี ประกันชั้น1 คุ้มครองไหม | ความรู้ ประกันภัยรถยนต์ เบื้องต้น

โดนชนแล้วหนีประกันจ่ายไหม

โดนชนแล้วหนี ประกันชั้น 1 คุ้มครองไหม

ขับรถอยู่ดีๆ โดนมอไซค์มาเบียดเฉี่ยว แล้วหนี หรือแม้กระทั่งจอดอยู่เฉยๆ กลับมาอีกที เป็นรอยซะแล้ว แถมยังหาคู่กรณีก็ไม่ได้อีก เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกท่านที่ขับขี่บนท้องถนน แม้ว่าจะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับเจ้าของรถหลายท่านแต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะประกันภัยชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองแทบทุกกรณี

 

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นประกันภัยประเภท 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ก็ยังมีบางกรณีที่บริษัทประกันภัยมีสิทธิที่จะปฏิเสธ ความคุ้มครองก็ได้ เช่น การแข่งขันความเร็ว หรือการขนส่งยาเสพติด เป็นต้น

( รายละเอียดเพิ่มเติม กรณีใดบ้างที่ประกันภัยชั้น 1 ไม่รับผิดชอบ )

นอกจากนี้ยังมีหากเป็นการชนที่ไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถหาคู่กรณีได้ เช่น โดนเฉี่ยวแล้วหนี หรือ อาจจะขับรถไปครูดอะไรมา แล้วลืมไป ทำให้ตอนแจ้งไม่สามารถบอกได้ว่าไปโดนอะไรมา (รายละเอียดเพิ่มเติม การเคลมโดยไม่มีคู่กรณี) ก็มีโอกาสที่จะถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่า Excess ได้นะ

หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะมีความสงสัยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร ทำไมเราจะต้องมาจ่ายอีกในเมื่อค่าเบี้ยประกันภัยประเภท1 ก็มีราคาที่สูงกว่าประกันภัยประเภทอื่นอยู่แล้ว และมีเหตุการณ์ใดบ้างที่เราจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก สามารถศึกษาเรื่อง ค่าเสียหายส่วนแรก ได้ที่ ( รายละเอียดเพิ่มเติม ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร)

ดังนั้น สรุปได้ว่าในกรณีการชนแล้วหนี หากผู้เอาประกันภัยมีการแจ้งเคลมก็จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก จำนวน 1,000 บาท ให้กับบริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยจาก คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงิน 1,000 บาท แต่ก็ถือได้ว่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร เพราะหากรถยนต์ได้รับความเสียหายหนัก ค่าใช้จ่ายที่ตามมาแน่นอนเลยว่าต้องมากกว่า 1,000 บาท

บางท่านคงเริ่มลังเลแล้วว่าอย่างนี้ควรแจ้งเคลมดีไหม? ก็ลองอ่านรายละเอียดเรื่อง เหตุการณ์ที่ควรแจ้งเคลมประกันภัย และวิธีแจ้งเคลมแบบไม่เสียค่า Excess ได้เลย

แต่ถ้าจะให้แนะนำสั้นๆ ละก็ ถ้าเป็นรอยเพียงแค่เล็กน้อย ที่ค่าซ่อมไม่ถึง 1,000 บาท ท่านอาจจะเลือกไม่แจ้งบริษัทประกันภัยก็ได้นะ เพราะซ่อมเองนอกจากจะมีราคาถูกกว่า และยังทำให้ไม่เสียประวัติการเคลมซึ่งมีผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยในปีถัดไป

(รายละเอียดเพิ่มเติม การลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ )