banner

ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ไทย คือเว็บไซต์รวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการทำ ประกันภัยรถยนต์ ประกันชั้น 1 2+ 3+ ชั้น3 เช่น การเปรียบเทียบความคุ้มครอง การเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ และเทคนิคประกันรถยนต์ รวมไปถึงข้อมูลบริษัทประกันภัยชั้นนำทั่วประเทศ เช่นบริษัท วิริยะประกันภัย สินมั่นคงประกันภัย เมืองไทยประกันภัย เทเวศประกันภัย อาคเนย์ประกันภัย เป็นต้น

ประกันชั้น1

ก่อนทำประกันภัยรถยนต์ ต้องรู้อะไรบ้าง

ปัจจุบันการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์ จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย และได้รับความคุ้มครองมากขึ้น เนื่องจากคุณสามารถเช็คข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น บริษัทประกันภัย ตัวแทนประกันภัย หรือโบรกเกอร์ประกันภัย โดยข้อมูลต่างๆจะช่วยให้คุณตัดสินใจทำ " ประกันภัยรถยนต์ " ง่ายขึ้น และข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

ซึ่งสามารถเลือกอ่านได้ตามหัวข้อที่คุณต้องการทราบรายละเอียด ดังนี้


ประเภทประกันภัยรถยนต์

เชื่อว่าหลายคนก่อน ซื้อประกันภัยรถยนต์ ยังไม่รู้ว่า ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ถ้าเอ่ยถึงความสำคัญ ทั้งสองประเภทสำคัญไม่ต่างกัน แต่จะมีอยู่ประเภทหนึ่งที่คุณต้องทำ ถ้าไม่ทำมีความผิดทางกฎหมาย ! สำคัญแบบนี้เราไปดูกันเลย

ประกันชั้น1

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ ย่อมาจาก พระราชบัญญัติ ที่ให้ความคุ้มครองกับผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยมีความคุ้มครองครอบคลุมไปถึงค่ารักษาพยาบาล ค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต พ.ศ.2535 ถามว่าทำไมต้องทำ ? เนื่องจากกฎหมายบังคับให้รถทุกคันที่มีการจดทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก ต้องมีการทำ "พรบ รถยนต์" ดังนั้นใครฝ่าฝืนไม่ทำ หลีกเลี่ยงกลัวไม่คุ้ม ไม่ได้นะ เตือนไว้ก่อนเลย ไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆก็ดีไป แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ และมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หากตรวจสอบพบว่าไม่มีการทำ พ.ร.บ.รถยนต์ มีโทษทางกฎหมายอย่างแน่นอน

ประกันภัยรถยนต์ชั้น2

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายไม่มีการบังคับว่าทุกคันต้องทำ แต่เป็นการสมัครใจของเราเองที่ตกลงกับบริษัทประกันภัย โดยเราจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ที่ตกลงกันไว้ พูดง่ายๆก็คือการทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+, ชั้น2, ชั้น3 ที่ส่วนใหญ่แล้วจะคุ้มครองเรา คู่กรณี และบุคคลภายนอก ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองแต่ละประเภท ไม่ทำก็ได้ ทำก็ดี แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ได้ทำ จ่ายเองทั้งหมดนะ ไหวไหม ? ไม่ไหวอย่าเสี่ยง..เชื่อสิ

ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก ที่คิดว่าดีที่สุด

ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์

สำหรับความคุ้มครองเกี่ยวกับการทำ ประกันรถ แต่ละประเภท มีความคุ้มครองแตกต่างกัน ซึ่งมีเงื่อนไขและรายละเอียดเยอะพอสมควร ทีมงานประกันภัยรถยนต์ไทยดอทคอม จึงหาข้อมูลความคุ้มครองแต่ละประเภทมาไว้ที่นี่แล้ว โดยเนื้อหามีภาษาที่อ่านง่าย เพียง 5-10 นาทีก็สามารถนำไปช่วยตัดสินใจซื้อความคุ้มครองได้ทันที

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครอง 3 กรณีหลักๆ ก็คือ ความคุ้มครองเกี่ยวกับรถยนต์ คู่กรณี และบุคคลภายนอก แบบไหนล่ะ...? ยกตัวอย่างเช่น เราขับรถไปชนกับคู่กรณี แล้วรถของคู่กรณีไปชนกับบ้านของคนอื่น สิ่งแรกคือเหตุเกิดจากเรา เราเป็นฝ่ายผิด รถเราพัง รถคู่กรณีพัง บ้านคนอื่นพัง ประกันชั้น1 ก็คุ้มครองทุกกรณีนั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่าบางกรณีก็ไม่คุ้มครองนะ

อ่านเพิ่มเติม : ประกันชั้น 1 ความคุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+

ประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 2+ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากความคุ้มครองที่เรียกได้ว่าเทียบรุ่นพี่อย่าง ประกันชั้น 1 ได้สบายๆ เพียงแค่บางเงื่อนไขที่แตกต่าง เช่น การเคลมแบบไม่มีคู่กรณี การชนที่ต้องชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น หรือรถชนรถนั่นแหละ ดังนั้นใครจะทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ดูเงื่อนไขให้ดีๆนะว่าเรารับได้ไหม กล้าเสี่ยงหรือไม่ ถ้าเสี่ยงก็เพิ่มเงินทำประกันชั้น 1 ได้เลย เดี๋ยวๆ ! ประกันชั้น2+ มีความคุ้มครองอื่นๆด้วยนะ

อ่านเพิ่มเติม : ประกันชั้น 2+ ความคุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองมากกว่าประกันชั้น 3 ธรรมดาอย่างไร และน้อยกว่าประกันชั้น 2+ อย่างไร สงสัยใช่ไหมล่ะ อันที่จริงแล้วความคุ้มครองไม่แตกต่างกันมากนัก มีเพียงบางเงื่อนไขที่แตกต่างกัน อาทิเช่น ไม่คุ้มครองกรณีไฟไหม้รถ น้ำท่วมรถ และรถสูญหายจากการโดนขโมยนั่นเอง หรืออีกเงื่อนไขที่หลายคนประสบพบเจอก็คือ กรณีรถชนรถเท่านั้น ชนกับต้นไม้ ถอยรถชนรั้ว ขับรถชนเสาไฟฟ้า เคลมไม่ได้นะ

อ่านเพิ่มเติม : ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น2-คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถยนต์ 2 ให้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันชั้น 1 ก็คือ ซ่อมรถคู่กรณี + ไฟไหม้ + น้ำท่วม + รถหาย แต่สังเกตไหมว่าไม่ซ่อมรถเรา และนี่คือเหตุผลที่หลายคนหันไปทำประกันชั้น 1 หรือ 2+ เพื่อความคุ้มค่ามากกว่า ดังนั้นใครที่กำลังทำประกันชั้น 2 ลองดูเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ เพราะบางบริษัทประกันภัยได้ยกเลิกความคุ้มครองประเภทนี้ไปแล้วก็มี

อ่านเพิ่มเติม : ประกันชั้น 2 ความคุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชั้น3คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้น เป็นประเภทประกันภัยที่เหมาะกับคนที่มีงบน้อย หรือไม่ค่อยขับรถคันที่เอาประกันภัย ออกไปไหนบ่อยๆ โดยคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น หากเราขับรถไปชนกับรถของคู่กรณี เราจะต้องซ่อมรถเอง แต่ด้วยค่าเบี้ยประกันภัย ราคาถูก หลายคนจึงทำไว้ดีกว่าไม่ทำ แต่ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดี แต่มีวิธีที่ทำให้ความคุ้มครองมากขึ้นนะ ทำอย่างไรไปดู

อ่านเพิ่มเติม : ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง


รายชื่อบริษัทประกันภัยรถยนต์

ปัจจุบันบริษัทประกันภัยรถยนต์ในไทย เปิดให้บริการกันทั่วประเทศ หรือแม้แต่ โบรกเกอร์ประกันภัยที่ได้รับความนิยมจากการบริการหลังการขาย และนี่คือต้นเหตุของคำถามว่า ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี จากประสบการณ์ด้านประกันภัย ทีมงานทราบดีว่าการเลือกบริษัทประกันภัย เป็นการเลือกที่ยากที่สุด เพราะเมื่อเราเลือกแล้วคิดจะเปลี่ยนประกันรถยนต์ หรือยกเลิกกรมธรรม์ มีขั้นตอนยุ่งยาก บางทีได้เงินกลับมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นเรามาดูข้อมูลของแต่ละบริษัทประกันภัยกันเลย

ทำไมเราถึงต้องทำประกันภัยรถยนต์ ?

เพราะปัจจุบันประเทศไทย มีรถวิ่งอยู่บนท้องถนนกว่า 40 ล้านคัน ซึ่งเมื่อก่อนมีรถวิ่งน้อยกว่านี้ถึง 80% จึงทำให้ผู้สนใจทำประกันหลายคนคำนึงถึงความเสี่ยงภัยในอนาคตที่ไม่อาจควบคุมได้ หรือไม่รู้ว่าจะเกิดกับเราเมื่อไหร่ ดังนั้นแล้วการทำประกันภัยรถยนต์ ถึงจะลดความเสี่ยงภัยไม่ได้ แต่ก็ทำให้เราสบายใจมากขึ้นเวลาขับรถ เพราะโลกนี้ล้วนแล้วแต่ไม่มีอะไรแน่นอน

บางคนถามว่า แล้วถ้ากรณีทำประกันรถยนต์ครบ 1 ปีแล้วไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆเลย แบบนี้ควรจะ ต่อประกันภัยรถยนต์ หรือไม่ จะคุ้มค่าหรือเปล่า ? เอาเป็นว่าลองคิดตามนะ ถ้าเกิดว่าปีแรกไม่มีการเคลมประกันใดๆ หากต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 จะได้ส่วนลดประวัติดี และถ้าไม่เลือกทำ หากปีที่สองขับรถไปชนกับคู่กรณี แบบนี้รับผิดชอบเองไหวไหม ถ้ารับผิดชอบไหว จะทำหรือไม่ทำก็ได้เพราะเป็นประกันภาคสมัครใจ แต่ถ้าคิดว่ารับผิดชอบเองไม่ไหว ให้ทำประกันเสียจะได้ช่วยเราเวลาเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

ประกันรถ แหล่งความรู้

วิธีลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์

รถ จัดว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของทุกคนต้องรักและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
เพราะเราไม่สามารถรู้ตัวเลยว่า เรื่องไม่ดี จะเกิดขึ้นเมื่อไร ดังนั้นการทำ “ ประกันภัยรถยนต์ ” จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำ ก็เหมือนกับเราทำประกันสุขภาพ ให้กับคนที่เรารัก แต่ดูเหมือนว่าการทำประกันแต่ละครั้ง ( ค่าเบี้ยประกัน ) ก็แพงแสนแพงซะเหลือเกิน ส่วนวิธีลดเบื้องต้นมีดังนี้

วิธีลดค่าเบี้ยประกัน

ระบุชื่อและอายุของคนขับ

การระบุชื่อของคนขับ จัดว่าเป็นการช่วยลดภาวะความคุ้มครองให้กับทาง “ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ”
เนื่องจากทางบริษัทจะทำการรับผิดชอบความเสียหายกับผู้ขับขี่ที่แจ้งเอาไว้ในประกันเท่านั้น

โดยในการระบุชื่อผู้ขับขี่นั้นสามารถทำการระบุได้สูงสุด 2 คน ส่วนในเรื่องของอายุก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่ง
ที่สามารถช่วยทำให้เบี้ยประกันลดลงได้ ยิ่งอายุมากเท่าไรก็สามารถช่วยลดเบี้ยประกันได้มากขึ้นเท่านั้น

อย่างเช่นในกรณีที่ระบุชื่อผู้ขับขี่ แล้วผู้ขับขี่มีอายุ 26 ปี และ 30 ปี ก็จะได้รับส่วนลดอยู่ที่ 5-20% เป็นต้น

อายุ 25 - 35 ปี ลด 10%
อายุ 36 - 50 ปี ลด 15%
อายุ 50 ปีขึ้นไป ลด 20%

มีประวัติการขับรถที่ดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง..

มีประวัติการขับรถที่ดี หากเราเป็นนักขับรถที่ดี ไม่ขับรถหวาดเสียวหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในปีแรกไม่มีการเคลม
ก็อาจจะทำให้ทางบริษัทประกันมีการลดเบี้ยประกันให้ เนื่องจากทางบริษัทมั่นใจในตัวคุณเองว่าจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะมีก็แต่ว่าในกรณีที่เราเองเป็นผู้เสียหาย ก็จะมีการลดดอกเบี้ยลงตามขั้น ๆ

ระบุชื่อและอายุของคนขับ ประกันภัยรถยนต์

ระบุชื่อและอายุของคนขับ

- ขั้นที่1 มีประวัติการขับรถดีปีแรก รับส่วนลดค่า เบี้ยประกันไปเลย ปีที่1 =20 %
- ขั้นที่2 มีการขับรถดี ติดต่อกัน 2ปี รับส่วนลดค่า เบี้ยประกันไปเลย ปีที่2 +10% =30 %
- ขั้นที่3 ขับรถดี ติดต่อกัน 3ปี รับส่วนลดค่า เบี้ยประกันไปเลย ปีที่3 +10% =40 %
- ขั้นที่4 มีประวัติ การขับรถดีขนาดนี้ ก็รับส่วนลด เบี้ยประกันภัยไปเลย ปีที่4 +10% =50 %

ยอมซื้อค่าเสียหายส่วนแรก

ยอมซื้อค่าเสียหายส่วนแรก หากเจ้าของรถมั่นใจว่าขับรถดีไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็อาจจะทำการซื้อค่าเสียหายส่วนแรก
เนื่องจากการทำเช่นนี้จะทำให้ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่เราซื้อลดเบี้ยประกันให้กับเรา
แต่ค่าเสียหายของแต่ละบริษัทนั้นจะไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ระหว่าง 1,000 – 5,000 บาท

ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นจำนวนเงินที่เราเองจะต้องเป็นคนจ่ายให้ บริษัทประกันภัย สำหรับการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง

ซื้อประกันภัยรถยนต์ ที่ไหนดี

ค่า Excess หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร

ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ ค่า Excess หมายถึงอะไรกันแน่ ความรู้ประกันภัยเบื้องต้น
ยังเป็นข้อข้องใจของใครหลายคนๆหรือเจ้าของรถหลายๆท่าน เมื่อมีการพูดถึงในขณะที่ทำประกัน
เนื่องจากบางคนไม่เคยขับเฉี่ยวชน ไม่เคยที่จะเคลมรถ มักจะไม่รู้จักคำนี้มากเท่าไรนัก เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
วันนี้เราจึงมีความรู้เกี่ยวกับคำนี้มาฝากกัน

ประกัน ราคาถูก

แหล่งรวบรวม ความรู้ประกันรถ

Deductible คืออะไรกันแน่เคยสงสัยกันไหม..

เชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่า Deductible คือส่วนเดียวกันกับค่า Excess แต่ที่จริงแล้ว สองสิ่งนี้มีความแตกต่างกันอยู่
ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับ Deductible ของประกันรถ ให้ดียิ่งขึ้นกัน

Deductible หมายถึง ค่ารับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกที่ทางลูกค้าจะต้องรับผิดชอบจ่าย
หรือมีส่วนร่วมในการจ่ายค่าซ่อมตามที่มีการระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ประกันรถยนต์

ประกัน ราคาถูก

อ่านความรู้ประกัน ได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิก

ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible กับ Excess ต่างกันยังไง

ค่า Deductible กับ Excess คืออะไรกันแน่ ความรู้ ประกันภัยรถยนต์ เบื้องต้น
การที่เรา ซื้อประกันรถยนต์ สักบริษัท เราก็จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้ก็ร่วมถึงในเรื่องของความน่าเชือ่ ถือของบริษัท
ที่จะต้องทำด้วยว่าจะสามารถให้ความคุ้มครองรถเราได้มากเท่าไร

ซึ่งเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าในเอกสารที่เขียนว่า Deductible กับ Excess ในค่าเสียหายส่วนแรกนั้น คืออะไร
แล้วทั้ง 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีความรู้เรื่องนี้มาฝากกัน

ประกัน ราคาถูก

ข้อมูลทั้งหมดที่แนะนำไปข้างต้นเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 2+ 3+ ชั้น2 และชั้น 3 หลังจากที่เพื่อนๆได้ศึกษาข้อมูลแล้ว คิดว่าจะช่วยในการตัดสินใจทำประกันได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำประกันไม่ว่าจะราคาถูก หรือราคาแพง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้เอาประกันภัยทั้งสิ้น หากเราคิดว่าคุ้มแล้วก็ทำได้เลย เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันภัย ตัวแทนประกันภัย โบรกเกอร์ประะกันภัย ก็ราคาและความคุ้มครองไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริการหลังการขาย ชอบที่ไหนทำที่นั้นได้เลย