ซื้อประกันภัยโดยตรงจากบริษัทหรือผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย
ในยุคที่ทุกอย่างต้องเร่งรีบ เวลาเป็นเงินเป็นทองแบบนี้ การให้บริการทำเรื่องยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายจึงกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามอง อย่างเช่นการทำประกันภัยรถยนต์ เมื่อก่อนต้องติดต่อบริษัทประกันโดยตรงหรือผ่านตัวแทนของบริษัทนั้นๆ ขอดูเอกสารความคุ้มครอง ขอเสนอราคาเบี้ยประกัน ส่งประวัติรถยนต์ที่ต้องการทำประกันให้ตรวจสอบ สารพัดขั้นตอนกว่าจะได้ราคาเบี้ยประกันและรายละเอียดจากหนึ่งบริษัท
หากต้องการข้อมูลจากหลายๆที่เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ก็ต้องเริ่มขั้นตอนเดิมๆ ซ้ำใหม่อีกหนึ่งรอบ เฮ้อ…..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นด้วยการซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย บางที่แค่ยกหูโทรศัพท์หรือซื้อออนไลน์ก็สามารถทำได้แล้ว สะดวกสุดๆแบบนี้ แต่ก็ยังมีหลายคนสงสัยว่า ระหว่างการซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านโบรกเกอร์กับซื้อตรงผ่านบริษัทเองเลย แบบไหนจะดีกว่ากัน? งั้นเรามาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆดีกว่า
ซื้อผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย
ข้อดี
- แค่ส่งข้อมูลรถยนต์ที่ต้องการทำประกันให้แค่ครั้งเดียวก็มีข้อมูลราคาเบี้ยประกันและความคุ้มครองให้เปรียบเทียบมากกว่า 20บริษัท
- สะดวกและประหยัดเวลาสามารถซื้อประกันผ่านออนไลน์ได้เลย
- อาจได้เบี้ยประกันราคาถูกเป็นพิเศษหรือมีบริการเสริมอื่นๆแถมให้ เช่น ส่งเอกสารให้เซ็นต์ถึงที่บ้าน, รถใช้ฟรีระหว่างซ่อมหรือบริการโทรแจ้งอุบัติเหตุ
- ช่วยต่อรองเรื่องการเคลมกับบริษัทประกันภัยให้ในกรณีที่การเคลมมีปัญหา
- สามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันได้ (ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้)
ข้อเสีย
- โบรกเกอร์ผี หลอกลวงไม่มีใบอนุญาตจากคปภ. รับเงินแล้วไม่แต่ไม่ดำเนินการทำประกันให้
- โบรกเกอร์บางที่ขาดความรับผิดชอบได้งานแล้วทิ้ง ไม่ติดตามเรื่องให้
ซื้อโดยตรงกับบริษัทประกันภัย
ข้อดี
- มั่นใจได้ว่าไม่ถูกหลอกให้เสียเงินฟรีแน่นอน
- ติดต่อง่าย เพียงโทรเข้าบริษัทหลักก็จะมีตัวแทนของบริษัทนั้นๆติดต่อกลับ หรือโทรติดตาม
ข้อเสีย
- ราคาเบี้ยประกันมักจะแพงกว่าโบรกเกอร์
- ไม่มีบริการเสริมพิเศษใดๆ
- มักมีปัญหาการเคลม เช่น เคลมยาก บังคับให้จ่ายค่า excess หรือเรื่องเคลมค้างไม่ติดตามให้
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียให้เห็นกันชัดๆ แบบนี้แล้ว คงได้คำตอบในใจกันแล้วใช่มั้ยว่า การทำประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อไปควรซื้อประกันภัยเองโดยตรงหรือเลือกใช้โบรกเกอร์ประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจาก คปภ.ดำเนินการให้ แบบไหนคุ้มและดีกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ทำประกันเองแล้วล่ะ
