เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์
สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเทคนิคเกี่ยวกับเรื่อง การเปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ ยังไงให้ได้ราคาที่ถูก
เพื่อนๆหลายคนยังคงสงสัยว่า เฮ่ย ทำไมเราถึงจะต้องเปรียบเทียบราคาประกันด้วยละ แต่ละ บริษัทประกันภัย ราคาไม่เท่ากันหรือเปล่า
คำตอบก็คือใช่ครับ แต่ละบริษัทประกันภัย จะมีราคากรรมธรรม์ที่ไม่เท่ากัน !
ผมขอยกตัวอย่าง
บริษัท A : ซึ่ง ราคา ประกันชั้น1 จะตกอยู่ที่ 12,000 บาท
บริษัท B : จะมีราคาประกันชั้น 1 อยู่ที่ 12,500 บาท
บริษัท C : ประกันชั้น1 จะอยู่ในเรทราคาที่ 11,500 บาท
ทีนี้เห็นหรือยังครับว่า การ เปรียบเทียบราคาประกันรถ จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำที่สุดเลยถูกไหม..
แล้วยิ่งสมัยนี้ด้วยแล้ว การเปรียบเทียบราคาประกัน ถือว่า สามารถทำได้ง่ายดายมากกว่าเมื่อก่อน
ย้อนไปเมื่อสมัยนั้น การที่เราจะเปรียบเทียบราคาประกันรถได้ เราจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปที่บริษัทประกันเลย นั่นหมายความว่า มันเป็นอะไรที่วุ่นวายมาก ๆ เลย
แต่สมัยนี้ สามารถ เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ ได้ผ่านทางระบบออนไลน์ หรือ ช่องทางเว็บไซต์ได้ทันที สะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน และที่สำคัญ เราไม่ต้องเดินทางไปที่บริษัทประกันอีกด้วย
วิธีลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์
วิธีลดเบี้ยประกัน จะมีวิธีอยู่ดังนี้
1.ส่วนลดประวัติดี หมายถึง อัตราส่วนลดที่เราจะได้รับในปีถัดไป ในกรณีที่รถยนต์ของเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด หรือ ไม่มีการเคลมอะไรเลย แบบนี้ บริษัทประกัน ก็จะลดค่าเบี้ยประกันภัยให้ เพิ่ม ปีละ 10% ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด ทางบริษัทประกันก็จะลด ไป 10% นั่นเอง
– ขั้นที่ 1 มีการขับรถดีปีแรกรับส่วนลดค่าเบี้ยไปเลย ปีที่ 1 = 20 %
– ขั้นที่ 2 ขับรถดีอีก 2 ปีติดกัน ก็รับส่วนลดค่าเบี้ยไปเลย ปีที่ 2 +10% = 30 %
– ขั้นที่ 3 ขับรถดี 3ปี ติดต่อกันเลย รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันไปอีก ปีที่ 3 +10% = 40 %
– ขั้นที่ 4 ยังคงขับรถดีอีกถึง 4 ปีติดกันก็รับส่วนลดไปเลย ปีที่ 4 +10% = 50%
2.การระบุชื่อผู้ขับขี่
การระบุชื่อผู้ขับขี่ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้นั่นเอง โดยทางบริษัทประกันจะมี
ฐานในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ซึ่งปัจจัยที่ใช้เป็นตัวกำหนดคืออายุของผู้ขับขี่ โดยจะแบ่งเป็น 4 ช่วง ดังนี้
อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ส่วนลด 20%
อายุ 36-50 ปี ส่วนลด 15%
อายุ 25-35 ปี ส่วนลด 10%
อายุ18-24 ปี ส่วนลด 5%
เหมือนบริษัทประกันจะมองว่า ผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงสูง น่าจะเป็นบุคคลที่มีอายุน้อย ซึ่งถือว่ามีความคึกคะนอง อะไรประมาณนี้ แต่ในใจผม จริง ๆแล้วมันก็คงจะไม่เกี่ยว นะ มันก็มีโอกาส เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้นแหละ
3.การยอมรับค่าเสียหายส่วนแรก
หมายถึง การที่เรายอมรับว่า เราจะรับผิดชอบต่อค่าเสียหายส่วนแรก ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด
ยกตัวอย่าง
นาย A : ได้ทำประกันที่ค่า Deductible ( ค่าเสียหายส่วนแรก ) ได้จอดรถซื้อข้าวอยู่ข้างทาง ทันใดนั้น ก็มีรถมาจากไหนไม่รู้ พุ่งเข้ามาชน ในกรณีแบบนี้ นาย A ก็ไม่ต้องเสียเงินสักบาท เพราะว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
สามารถอ่านเรื่อง Deductible ค่าเสียหายส่วนแรก
สำหรับวันนี้ หวังว่าคงจะมีประโยชน์เกี่ยวกับเรื่อง การ เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ และวิธีลดค่าเบี้ยประกันภัย กันนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ

